|
หอการค้าฯชี้พันธมิตรแตกหัก |
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ 26 ส.ค.ว่า ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อมาหลังจากมีการชุมนุมครั้งใหญ่ แต่หากมีการชุมนุมต่อเนื่องจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนเนื่องไม่มั่นใจสถาการณ์บ้านเมืองของประเทศไทยและรอดูท่าทีก่อนตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้ หากการชุมนุมยืดเยื้อต่อเนื่องยาวนานภาคธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบสูงสุดคือการท่องเที่ยว รองลงมาคือ ธุรกิจสินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ เช่น ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจรถยนต์และธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น และหาก สถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบมาถึงธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคได้ แต่ยังมองว่าภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโต 5-6% แต่หากสถานการณ์บ้านเมืองคลี่คลายประเทศเกิดความสงบสุขจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 5.5-6% ได้
อย่างไรก็ตามเห็นว่า ภาครัฐควรนำเรื่องเศรษฐกิจมาแก้ปัญหาการเมือง ด้วยการเร่งสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง ฟื้นความเชื่อมั่นด้วยการลงทุนด้วยการเร่งดำเนินโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของประเทศ นอกจากนี้ก็ต้องเร่งนำการเมืองมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจเช่นกัน โดยสร้างความสมานฉันท์ในชาติให้เร็วที่สุด จัดให้มีการแก้ปัญหาในระบบสภาฯมาขึ้นและให้มีกรรมาธิการจากทุกส่วนมาร่วมแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย
|
|
|
ท่องเที่ยวกระบี่ทรุดยอดจองห้องพักลดฮวบเผยต้นเหตุหลายปัจจัย |
นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2551 จนถึงบัดนี้พบว่าการลงทุนในทุกรูปแบบของจังหวัดกระบี่ต่างชะลอตัวไปตามลำดับ และธุรกิจบางอย่างต้องหยุด ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น เรื่องการเมือง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจนมีผลในเรื่องของต้นทุน รวมทั้งปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ แต่ในช่วงไตรมาสแรกก็ยังพบว่ามีการลงทุนบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยว แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
ในส่วนของภาคเกษตรกรรมนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ต้นทุนของการผลิตโดยเฉพาะเรื่องของราคาปุ๋ยที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาผลผลิตกลับไม่ได้ครามความต้องการ ด้านการประมงก็ต้องแบกกับเรื่องของราคาเชื้อเพลิง จนทำให้กลุ่มอาชีพเรือประมงต้องหยุดและเลิกไปแล้วหลายราย ประการต่อมาก็คือเรื่องของค้าปลีกข้ามชาติที่เข้ามาเปิดกิจการในช่วงนี้พร้อมๆ กันถึง 3 แห่งจึงทำให้เม็ดเงินในจังหวัดกระบี่ที่เคยกระจายตลอดทั้งปีกลับหดหายไปกว่าครึ่งหนึ่ง
|
|
|